พ.ศ. 2511 - พ.ศ. 2540

การกักขังโดยปราศจากการพิจารณาคดีในสถานีตำรวจจอห์นวอร์สเตอร์สแควร์

South African History Archive (SAHA)

"...สถาบันที่เป็นสัญลักษณ์แห่งช่วงเวลาที่มีการแบ่งแยกสีผิว ช่วงเวลาแห่งความทรมาน ยุคที่หน่วยตำรวจรักษาความมั่นคงครองเมือง และการแผ่อิทธิพลของกองกำลังที่ป่วยทางจิต..."
BARBARA HOGAN อดีตผู้ถูกคุมขัง
การสังหารหมู่ที่ Sharpeville วันที่ 21 มีนาคม 1960
การสังหารหมู่ที่ Sharpeville วันที่ 21 มีนาคม 1960

ข่วงระหว่างปี 1960 ถึง 1990 ในประเทศที่แบ่งแยกสีผิวอย่างแอฟริกาใต้ รัฐบาลของพรรคชาติ (National Party) ซึ่งครองอำนาจต่อเนื่องใช้การคุมขังโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาลเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งทำให้เกิดการต่อต้านและการจลาจลมากยิ่งขึ้น

ภายหลังการสังหารหมู่ที่ Sharpeville ในปี 1960 และการสั่งห้ามการดำเนินงานของสภาแห่งชาติแอฟริกัน (African National Congress หรือ ANC) และ Pan African Congress (PAC) ในเวลาต่อมา รวมทั้งการประกาศภาวะฉุกเฉินบางส่วนของรัฐ นายกรัฐมนตรี HF Verwoerd ได้แต่งตั้งให้ BJ Vorster เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

Balthazar Johannes [ภาษาแอฟริกันเทียบเท่ากับคำว่า John] Vorster ผู้ซึ่งต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีแทน Verwoerd นั้นเป็น “verkrampte” หรือนักชาตินิยมชาวแอฟริกันผู้ยึดมั่นในหลักการ ซึ่งได้กล่าวเตือนว่า

"... การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่งจะไม่ได้รับการประนีประนอมใดๆ ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ใดก็ตาม"

การประกาศภาวะฉุกเฉินมีระยะเวลานาน 5 เดือน ส่งผลให้มีการคุมขังกว่า 11,500 ครั้ง Vorster แก้ไขนโยบายความมั่นคงของแอฟริกาใต้ให้เข้มงวดขึ้นอย่างเร่งด่วน จัดให้มีแนวทางปฏิบัติที่การยอมรับการไม่ปฏิบัติตามเป็นศูนย์ (zero-tolerance) เพื่อตอบโต้การต่อต้านใดๆ ที่มีต่อรัฐ และเพื่อให้แน่ใจว่าหน่วยรักษาความมั่นคงของกรมตำรวจของแอฟริกาใต้จะมีอำนาจที่ทุกคนยำเกรง

เดิมทีหน่วยรักษาความมั่นคงของกรมตำรวจแอฟริกาใต้ถูกจัดตั้งขึ้นในปลายทศวรรษ 1940 เพื่อเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหรัฐอเมริกา (South African Communist Party หรือ SACP) ซึ่งยังคงมีอยู่ในตอนนั้น เพื่อที่จะประคองสถานการณ์จากความรู้สึกต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ที่แพร่หลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หน่วยรักษาความมั่นคงได้รับมอบหมายให้เฝ้าติดตามผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ นักชาตินิยมผิวดำ และองค์กรที่มีชื่อตามความหมายของมันว่า "หัวรุนแรง"

ภายใต้การจับตามองของ BJ Vorster หน่วยงานดังกล่าวได้เติบโตขึ้นเป็น "กองกำลังที่บ้าคลั่ง" ที่สร้างความรู้สึกพรั่นพรึงไปทั่วประเทศ 

กฤตภาคข่าวหรือข่าวตัดของ Sunday Times จากเดือนสิงหาคม 1961 กล่าวถึงรายละเอียดการขึ้นสู่อำนาจของ BJ Vorster

"อาจไม่เหมาะสมนักที่จะเตือนความจำสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายว่า Wigmore ทนายชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่เคยถามคำถามในวาระหนึ่งว่า 

"เหตุใดจึงมีความกังวลในเรื่องอาชญากรรมอย่างทันทีทันใด"

คำถามของผมก็คือ 

"เหตุใดจึงมีความกังวลในเรื่องคอมมิวนิสต์ในแอฟริกาใต้อย่างทันทีทันใด""

                                - BJ VORSTER กล่าวแถลงต่อรัฐสภาในปี 1962
นักเคลื่อนไหวต่อต้านการแบ่งแยกสีผิวและนักการเมือง HELEN SUZMAN กล่าวถึง BJ Vorster
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายทั่วไป ปี 1963
มาตรา 6 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการก่อการร้าย ฉบับที่ 83 ปี 1967

ด้วยการใช้ร่วมกับอำนาจจากกฎหมายอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้ต่อต้านนโยบายการแบ่งแยกสีผิวต้องนิ่งเงียบ การคุมขังโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาลถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ในการสอบสวนและลงโทษ รวมทั้งเพื่อแยกบุคคลออกจากชุมชนและกลุ่มผู้สนับสนุน

ตัวเลือกการคุมขังโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาลนี้ถูกบรรจุไว้ครั้งแรกในกฎข้อบังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัยสาธารณะปี 1953 เพื่อตอบโต้กองกำลังและฝ่ายตรงข้ามที่มีผู้เข้าร่วมมากขึ้น ซึ่งเห็นตัวอย่างได้จากการรณรงค์การแข็งขืน (Defiance Campaign)

ในปี 1961 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายทั่วไปกำหนดให้การคุมขังโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาลในสถานการณ์ที่ไม่ฉุกเฉินมีระยะเวลาสูงสุด 12 วัน ระยะเวลาดังกล่าวถูกขยายเป็น 90 วัน และในปี 1963 ระยะเวลาดังกล่าวถูกแก้ไขเป็นอนุญาตให้คุมขังได้ 180 วันโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาล เพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธของ ANC และ PAC ที่เพิ่มมากขึ้น

ในที่สุด พระราชบัญญัติว่าด้วยการก่อการร้ายปี 1967 อันน่าหวาดหวั่นก็อนุญาตให้มีการคุมขังได้อย่างไม่กำหนดระยะเวลาโดยมีจุดประสงค์เพื่อการสอบสวน

ผู้ถูกคุมขังได้รับอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าเยี่ยมได้ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงศาลหรือให้ตัวแทนทางกฎหมายเข้าเยี่ยม 

ทนายด้านสิทธิมนุษยชน GEORGE BIZOS กำลังกล่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นลางร้ายในหน่วยรักษาความมั่นคงที่อยู่ในกำกับของของ BJ Vorster

"John Vorster Square เป็นสุดยอดห้องแห่งการทรมาน"    

                                        - JAKI SEROKE อดีตผู้ถูกคุมขัง 
ห้องขังที่สถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg Central Police Station)

เมื่อกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ในวันที่อากาศหนาวเย็นช่วงปลายเดือนสิงหาคม 1968 นายกรัฐมนตรี Balthazar John Vorster ได้เปิดสถานี John Vorster Square เขาป่าวประกาศถึงโครงสร้างสีน้ำเงินที่เตี้ยและหนาแห่งนี้ซึ่งเมื่อมองลงมาจะเห็นถนนในย่านเมืองของโจฮันเนสเบิร์ก ว่าเป็นสถานีตำรวจที่ "ล้ำสมัยแห่งยุค" เนื่องจากเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานหลักทั้งหมดของกรมตำรวจภายใต้หลังคาเดียวกัน และอวดอ้างว่าอาณาเขตใหม่นี้เป็นสถานีตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา  

การที่อาคารนี้ได้รับการขนานนามตามชื่อของ Vorster ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอาจเป็นสิ่งที่เหมาะแล้ว เขาเป็นผู้ดูแลการจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงที่ดุดัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อบดขยี้ฝ่ายต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว และเพื่อให้แน่ใจว่าหน่วยรักษาความมั่นคงของกรมตำรวจแอฟริกาใต้ (SAP) จะมีอำนาจที่ทุกคนยำเกรง

ในไม่ช้า John Vorster Square ก็มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นสถานที่ที่กระทำการอย่างโหดร้ายและลงทัณฑ์ทรมาน และกลายมาเป็นสถานที่หลักในการคุมขังและการสอบสวนแห่ง Witwatersrand ระหว่างช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 

ช่วงระหว่างปี 1970 ถึง 1990 คนทั้งสิ้นแปดคนซึ่งถูกจับกุมตัวภายใต้กฎข้อบังคับในการคุมขังเสียชีวิตจากการถูกคุมขังที่ John Vorster Square

BJ VORSTER กล่าวเปิด John Vorster Square ในปี 1968 (ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก SABC)
John Vorster Square ขณะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ปี 1968

การก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ที่จะใช้แทนสถานีตำรวจ Marshall Square ของโจฮันเนสเบิร์กเริ่มต้นที่เลขที่ 1 ถนน Commissioner ในปี 1964 อาคารดังกล่าวออกแบบโดยบริษัท Harris, Fels, Janks และ Nussbaum โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ความสะดวกแก่หน่วยรักษาความมั่นคงที่ต้องการพื้นที่สำหรับการคุมขังและการสอบสวนเพิ่มเติม

สำนักงานของหน่วยรักษาความมั่นคงตั้งอยู่บนชั้นที่ 9 และ 10 ของสำนักงานใหญ่ตำรวจแห่งนี้ การขึ้นไปยังชั้น 10 ที่มีชื่อเสียงอื้อฉาวในเวลาต่อมาไม่นานนั้นมิสามารถใช้ลิฟต์ได้ ลิฟต์ถูกจำกัดให้ขึ้นไปได้ถึงชั้น 9 เท่านั้น นักโทษทางการเมืองจะถูกบังคับให้เดินขึ้นบันไดชุดสุดท้ายไปยังชั้น 10 ที่ซึ่งผู้ถูกคุมขังที่ไม่อาจระบุจำนวนได้ถูกทรมาน

ห้องขังของผู้ถูกคุมขังอยู่บนชั้นที่อยู่ล่างลงมาซึ่งออกแบบสำหรับการขังเดี่ยวโดยเฉพาะ ชั้นดังกล่าวจะถูกทาด้วยสีเทาเข้มและพื้นเป็นสีดำ มุมด้านหนึ่งเป็นที่นอนที่ทำด้วยโฟม และอีกมุมหนึ่งเป็นห้องน้ำ มีพลาสติกเสริมแรงอย่างหนาห่อหุ้มหน้าต่างและลูกกรง ตรงกลางของเพดานสูงเป็นหลอดไฟแบบดวงเดียวที่ไม่เคยดับ สำหรับนักเคลื่อนไหวต่อต้านการแบ่งแยกสีผิวหลายร้อยคนที่ถูกคุมขังในห้องขังเหล่านี้ John Vorster Square คือนรกโดยแท้

ทัศนียภาพจากชั้น 10 ของสถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก

"ผมอยู่ในห้องขังชั้นบนซึ่งมีกระจกหนา เป็นกระจกกันกระสุนที่คุณจะทำอะไรไม่ได้เลย และด้านข้างนี้ยังมีกระจกอยู่ทั่วไปหมดที่ด้านบนของลูกกรง ห้องขังนี้จึงถูกโดดเดี่ยวจากภายนอกมาก บางครั้งคุณจะรู้สึกราวกับเป็นบ้า คุณจะคิดจนกว่าจะไม่มีเรื่องให้คิดอีก... แล้วยังมีกลิ่น คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลิ่นนั้น..."

                                                                                                                                           - JABU NGWENYA ผู้ถูกคุมขัง ปี 1981
รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ครึ่งตัวของ B.J. Vorster ในห้องโถงของ John Vorster Square บนหน้าปกของนิตยสาร SAP ฉบับเดือนมีนาคม 1977

"หน่วยตำรวจรักษาความมั่นคงมีความเย็นชาอย่างโหดร้ายของมนุษย์ที่ไม่มีจิตใจ"

                                                - MOLEFE PHETO อดีตผู้ถูกคุมขัง
เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความมั่นคงกำลังสังสรรค์กันที่คลับเฮาส์หลังจากเลิกงานที่ John Vorster Square (ไม่ทราบวันที่)
PAUL ERASMUS อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความมั่นคง

"การต่อสู้กับการปฏิวัติมีความยากลำบากกว่าการต่อสู้กับอาชญากรทั่วไป คุณต้องจดจำว่าบางครั้งคุณกำลังต่อสู้อยู่กับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด คนที่เป็นมันสมองชั้นยอดที่อยู่ในการโจมตีนี้เป็นคู่ต่อสู้ของคุณ คุณจะต้องอยู่นำหน้าคนเหล่านี้หนึ่งก้าว

เมื่อหวนระลึกถึงอดีต น่าเสียใจที่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ถ้าฝ่ายตรงข้ามของผมมองย้อนกลับไปก็จะคิดเสียใจเหมือนกันว่า นายตำรวจบางคนถูกฆ่าตายจากระเบิดและการโจมตีในบ้านของพวกเขา แต่ทั้งสองฝ่ายก็ต้องทำให้ถึงที่สุดและเพื่อผลสุดท้ายที่จะออกมา… เราอยู่ที่นั่นเพื่อรักษาความมั่นคงภายในสาธารณรัฐ ดังนั้นบางครั้งมันก็ยากมากๆ"

                                                                                                                       - HENNIE HEYMANS อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความมั่นคง

นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 สมาชิกทุกคนของหน่วยรักษาความมั่นคงถูกส่งไปเข้ารับการฝึกอบรมพิเศษเกี่ยวกับเทคนิคการทรมาน

หน่วยรักษาความมั่นคงเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นจากวิธีการสอบสวนที่โหดร้ายป่าเถื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ John Vorster Square 

การอดนอนเป็นหลักการพื้นฐานของการสอบสวนทั้งหมดโดยกลุ่มพนักงานสอบสวนที่ทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อทำให้ผู้ถูกคุมขังอยู่ในสภาวะที่ช่วยตัวเองไม่ได้โดยสิ้นเชิง 

อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความมั่นคง PAUL ERASMUS อยู่ด้านหลังโต๊ะของเขาในสำนักงานบนชั้นที่ 9 ของ John Vorster Square (ไม่ทราบวันที่)
นักข่าว JAMES SANDERS พูดคุยเกี่ยวกับกองกำลังรักษาความมั่นคงในยุคแบ่งแยกสีผิว

"ตามที่ผู้บัญชาการ Coetzee บอก พวกเราเป็นคนโง่ที่ตีความทุกอย่างผิดไปเอง เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ มือของเขาไม่เปื้อนเลือด: เขาแค่พูดว่า “เอาออกไปจากสังคมอย่างถาวร...” แต่ว่าเขาไม่ได้หมายความอย่างนั้น

พวกนั้นก็เป็นคนโง่เหมือนกับเรา รู้ไหม พวกไพร่พล ผมหมายถึงพวกชนชั้นกลาง หมายถึงพวกโง่ที่ตีความผิด แต่ความจริงก็คือเราปล่อยให้มีการฆ่าและปล้นสดมภ์อย่างเลยตามเลยในจำนวนที่ไม่น่าเชื่อ คุณก็รู้ว่าคุณสามารถหนีรอดไปได้และนั่นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น"

                                                                           - PAUL ERASMUS อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความมั่นคง
ผู้ถูกคุมขัง ดร. Elizabeth Floyd พูดคุยเกี่ยวกับหน่วยตำรวจรักษาความมั่นคง

เขาตกลงมาจากชั้นเก้า

เขาแขวนคอตัวเอง

เขาลื่นจากการเหยียบสบู่ขณะทำความสะอาด

เขาตกลงมาจากชั้นเก้า

เขาแขวนคอตัวเองขณะที่ทำความสะอาด

เขาตกลงมาจากชั้นเก้า

เขาแขวนคอตัวเองจากชั้นเก้า

เขาลื่นบนชั้นเก้าขณะทำความสะอาด

เขาตกลงมาจากสบู่ขณะที่ลื่น

เขาแขวนคอตัวเองจากชั้นเก้า

เขาทำความสะอาดอยู่บนชั้นเก้าขณะที่ลื่น

เขาแขวนคอตัวเองจากสบู่ขณะที่ทำความสะอาด

                                                                                                                                                      "ในระหว่างการคุมขัง" โดย Chris van Wyk

AHMED TIMOL - เสียชีวิตวันที่  27 ตุลาคม 1971

ภายในปี 1971 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 รายในระหว่างการคุมขังในสถานคุมขังทั่วแอฟริกาใต้ 

ในวันนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ John Vorster Square ต้องเพิ่มขึ้นเมื่อ Ahmed Timol ครูวัย 30 ปีตกจากชั้น 10 ของ John Vorster Square ลงมาเสียชีวิต ในฐานะสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งแอฟริกาใต้ (South African Communist Party หรือ SACP) ที่ถูกสั่งห้ามการดำเนินงานในขณะนั้น เขาถูกจับกุมจากการตั้งด่านของตำรวจด้วยข้อหาประพันธ์หนังสือที่ถูกสั่งห้าม 

ตำรวจอ้างว่า Timol ทำอัตวินิบาตกรรม ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ได้รับการยืนยันโดยพนักงานสอบสวนของทางการ แม้ว่าผู้ชำนาญวิชาอายุรเวชของรัฐ ดร. Jonathan Gluckman ได้ตั้งข้อสังเกตว่าศพของ Timol มีร่องรอยของการถูกทำร้ายก่อนที่จะเสียชีวิต

หน่วยตำรวจรักษาความมั่นคงเคยบอกผู้ถูกคุมขังว่า "คนอินเดียบินไม่ได้" และเรียก John Vorster Square ว่าเป็น "ส่วนสูงของ Timol"

ครอบครัวของ Ahmed คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเขาจะมารับฟังการพิจารณาคดีของคณะกรรมการค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง (Truth and Reconciliation Commission หรือ TRC) เพื่อบอกเล่าความจริงว่าเขาตายอย่างไร แต่สิ่งนี้ก็ไม่เกิดขึ้น 

กระทรวงยุติธรรมรายงานการสอบสวนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ Timol
คำให้การของ Hawa Timol เกี่ยวกับลูกชายของเธอ AHMED TIMOL แก่คณะกรรมการการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ TRC วันที่ 30 เมษายน 1996 (ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก SABC)
ภาพของ AHMED TIMOL จากโปสเตอร์ที่ระลึกของ ANC 
ศาสตราจารย์ KANTILAL NAIK ผู้ถูกคุมขัง เดือนตุลาคม 1971 - กุมภาพันธ์ 1972
ภาพวาดโดย NAIK บนกระดาษชำระของพนักงานสอบสวนคนหนึ่งในระหว่างการคุมขัง
NAIK กล่าวถึงการถูกคุมขังและการทรมานโดยใช้ "การบำบัดด้วยเฮลิคอปเตอร์"

ผมไม่เคยลืมภาพสีน้ำเงินของอาคาร แม้ในตอนที่ผมถูกเนรเทศไปแล้ว ผมไม่สามารถลืมสีน้ำเงินของอาคารนั้นได้ โครงสร้างตึก ลักษณะของมัน 

...พื้นที่เป็นมันวาว โลหะ เงาวาว พื้นสีเทาที่ทางเดิน…เสียงดังกังวานของประตูพวกนั้น…พวกตำรวจ พวงกุญแจ แทบตลอดเวลาจะมีพวงกุญแจ คุณจะสงสัยว่า พวกเขากำลังจะไปเปิดห้องขังไหนหรือว่าจะมาที่ห้องขังผมหรือเปล่า 

                                                    - MOLEFE PHETO ผู้ถูกคุมขัง ปี 1975
MOLEFE PHETO ผู้ถูกคุมขัง ปี 1975
ประตูทางเข้าชั้น 9 ของสถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก
การจลาจล Soweto วันที่ 16 มิถุนายน 1976

หลังการจลาจร Soweto เดือนมิถุนายน ปี 1976 ตำรวจมีอำนาจมากขึ้นในการกักขังผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องมีการพิจารณาคดีในศาล

ทั้งนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในผ่านการพิจารณา ทำให้สามารถคุมขังผู้ต้องสงสัยได้ไม่จำกัดระยะเวลาและไม่ต้องมีคำสั่งจากศาล

"พวกเขาเอาเครื่องปั่นไฟมาแล้วบอกให้ผมถอดเสื้อผ้าออก ผมบอกเขาว่าผมจะไม่ร่วมมือให้เขาทรมานผม ถ้าต้องการทรมานผม เขาจะต้องให้ผมหมดสติไปก่อนถึงจะถอดเสื้อผ้าผมได้....ในที่สุด พวกเขาก็โมโหแล้วเริ่มใช้เก้าอี้ที่มีโครงเป็นเหล็กฟาดผม

แน่นอนว่าทุกครั้งที่พวกเขาลงมือ ผมจะมีเลือดไหลออกทางจมูกและปากของผม ผมจะบ้วนเลือดใส่เพื่อให้พวกเขาโกรธ 

มันเป็นกลยุทธ์หนึ่ง เมื่อพวกเขาโกรธแล้ว จะไม่สามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้อย่างมืออาชีพในฐานะพนักงานสอบสวน เมื่อพวกเขาโกรธ เขาจะพลุ่งพล่านและใช้ของทุกอย่าง เขาทำอย่างนั้นและลงท้ายด้วยการซ้อมผม"

                                                                                                                                  - ZWELINZIMA SIZANE ผู้ถูกคุมขัง ปี 1976
ZWELINZIMA SIZANE ผู้ถูกคุมขัง ปี 1976
ภาพมุมกว้างจากหลังคาของสถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก
JOYCE DIPALE ผู้ถูกคุมขัง ปี 1976

"John Vorster Square... ผู้ชายสี่หรือห้าคน หมวกคลุมหัว แล้วก็เครื่องช็อตไฟฟ้า ทุกอย่าง ไม่รู้สิ… โกรธ หมวกคลุมหัวและการทรมาน หน้าอก ทุกๆ อย่าง ทำไม ฉันไม่เข้าใจ... ทำไมถึงต้องทรมาน ไม่ว่าอย่างไร มันก็น่าเศร้า… จากนั้นฉันก็โกรธ แล้วก็ไม่พูด ทำไมถึงต้องทรมาน ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะไม่พูด โกรธมากเหลือเกิน จะข่มขืนหรืออะไรก็ตาม ฉันไม่สนใจ ฉันจะไม่พูด"

                                                                                         - JOYCE DIPALE ผู้ถูกคุมขัง ปี 1976
ภาพวาดโดย Clive van den Berg โดยความร่วมมือจาก Joyce Dipale แสดงให้เห็นการทารุณกรรมที่เธอได้รับในระหว่างการคุมขัง

"ผมถูกควบคุมตัวเป็นเวลาสามสิบวัน อยู่ชั้นบนและยืนอยู่ที่นั่นยี่สิบห้าวัน ทั้งวันทั้งคืน หลังจากยี่สิบแปดวันผ่านไป พวกเขาก็ปล่อยและขังผมในห้องขัง คุณคงนึกภาพออก ถ้าผมต้องกลับไปที่นั่นอีก มันจะทำให้ผมนึกถึงคืนที่ทุกข์ทรมานที่ผมอยู่กับพวกตำรวจที่ทุบตีผม"

                                                                         - TSANKIE MODIAKGOTLA ผู้ถูกคุมขัง ปี 1976
TSANKIE MODIAKGOTLA ผู้ถูกคุมขัง ปี 1976
ภาพทางเดินบนชั้น 9 ของสถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก

"... ห้วงเวลาแห่งการรับรู้ทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง... สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิตของผมอยู่ที่นี่ หลังจากที่ผมฟื้นการจากหมดสติภายหลังการสอบสวนรอบแรก ผมอยู่คนเดียวในห้องขังนั่น กำแพงสีเขียวและผมจำได้ว่าเคยเดินรอบกำแพงนี้และถูกโน้มน้าวให้เชื่ออย่างสนิทใจว่าเรากำลังจะชนะ 

ไม่มีคำถาม พวกเขาอาจจะฆ่าผม อาจจะทำอะไรผมก็ได้ แต่พวกเราจะชนะในการต่อสู้นี้ มันเป็นประสบการณ์แห่งความศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่เกินตัวผมออกไปมาก…"

                                                                                    - CEDRIC MAYSON ผู้ถูกคุมขัง ปี 1976

WELLINGTON TSHAZIBANE - เสียชีวิตวันที่ 11 ธันวาคม 1976 

หลังจากถูกจับกุมด้วยข้อกล่าวหาสมคบคิดในการวางระเบิดที่ Carlton Centre ในโจฮันเนสเบิร์กในวันที่ 7 ธันวาคม 1976 

Wellington Tshazibane วิศวกรรมบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ถูกพบว่าแขวนคอเสียชีวิตในห้องขังหมายเลข 311 ที่ John Vorster Square 

การสอบสวนคดีอย่างเป็นทางการประกาศให้ตำรวจพ้นจากข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดทุกประการ ซึ่งคล้ายคลึงกับการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ Timol ก่อนหน้านี้

 แถลงการณ์ของ Wellington Tshazibane ต่อกองกำลังรักษาความมั่นคงเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 1976

ELMON MALELE - เสียชีวิตวันที่ 20 มกราคม 1977

Elmon Malele ซึ่งถูกจับกุมในวันที่ 10 มกราคม 1977 เสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมองที่โจฮันเนสเบิร์ก เขาถูกนำตัวไปที่นั่นหลังจากที่ถูกกล่าวอ้างว่าเสียการทรงตัวภายหลังการยืนเป็นเวลาหกชั่วโมง (เทคนิคมาตรฐานอย่างหนึ่งของการทรมาน) และล้มโดยศีรษะชนเข้ากับมุมโต๊ะ 

ถึงแม้ว่าความประมาทและความรุนแรงของตำรวจจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พ้นผิดอีกครั้ง ผลการสอบสวนพบว่า Malele เสียชีวิตด้วยสาเหตุตามธรรมชาติ

ภาพสำนักงานของหน่วยตำรวจรักษาความมั่นคงที่อ้างว่าเป็นจุดที่ Elmon Malele เสียการทรงตัว
ภาพแสดงจุดที่ Mabelane ตกลงมาเสียชีวิต
ภาพของสิ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นรอยเท้าของ Mabelane บนเก้าอี้

MATTHEWS MABELANE - วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1977

ไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากที่ Elmon Malele เสียชีวิตด้วยภาวะเลือดออกในสมอง Matthews "Mojo" Mabelane ตกจากชั้น 10 ของ John Vorster Square ลงมาเสียชีวิตหลังจากที่ถูกจับกุมด้วยข้อหาต้องสงสัยว่าเดินทางไปบอตสวานาเพื่อรับการฝึกทางทหาร

ต่อมาตำรวจอ้างว่าเขาปีนออกไปนอกหน้าต่าง เสียหลักและตกลงมาบนรถยนต์ที่อยู่ด้านล่าง

Mabelane เป็นรายที่ 38 ที่เสียชีวิตในทัณฑสถานของแอฟริกาใต้ 

ภาพรถยนต์ที่ Mabelane ตกลงมากระแทก
ภาพเก้าอี้ที่ถูกกล่าวอ้างว่า Mabelane ใช้ปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง

"ญาติผู้น้องของผม Matthew Marwale Mabelane เสียชีวิตโดยเงื้อมมือของตำรวจที่สำนักงานใหญ่ตำรวจ John Vorster Square ในเดือนกุมภาพันธ์ 1977 มีการอ้างว่าเขากระโดดลงมาจากชั้น 10 ที่อื้อฉาวของตึกนี้และตายทันที เมื่อดูจากประวัติการตกลงมาเสียชีวิตจากชั้น 10 แล้ว มันไม่จริงเลย พวกเราอยากจะรู้ว่าทำไมฆาตกรจึงไม่ออกมาขอโทษในสิ่งที่เขาทำ การที่ผู้ทำเรื่องโหดร้ายทารุณใช้ลูกเล่นแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าโมโหจริงๆ เพราะฆาตกรจะเริ่มพูดถึงเรื่องเหล่านี้ในทันทีที่พวกเขาถูกเปิดเผย ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ยอมปริปาก 

เขาคิดจริงๆ หรือว่าเหยื่อจะลืมความทุกข์ทรมานที่พวกเขาก่อขึ้น เขาคิดบ้างไหมว่าคนเหล่านั้นยังกลัวเขาอยู่ แล้วจะพูดว่ากรรมจะสนองพวกเขาอย่างสาสม ญาติๆ และครอบครัวไม่พอใจอย่างมากที่ฆาตกรที่ฆ่า Matthew ยังกบดานอยู่ เวลาเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว ได้โปรดออกมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเถอะ เราอยากเห็นด้วยว่าหน้าตาพวกเขาเป็นอย่างไร เป็นคนจริงๆ หรือไม่ มีครอบครัว ลูก ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงบ้างหรือเปล่า"

                                                                - ข้อความของนาย K.C. Mabelane ในสมุดทะเบียนการปรองดองของคณะกรรมการค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง (TRC) วันที่ 10 กันยายน 1998

"ที่ John Vorster Square สิ่งที่ดำเนินไปเกิดจากบุคคลประเภทเดียวกัน 

พวกเขาเป็นอย่างไรน่ะหรือ พวกเขามีมาดนักธุรกิจ ทัศนคติเป็นแบบง่ายๆ พวกเขาจะข่มขู่เรา ทรมาน ซักถามเรา 

เราจะบอกความจริงกับเขา เราจะบอกว่าใครที่อยู่เบื้องหลัง ใครที่สั่งการเรา เราจะบอกว่าใครใน ANC ที่แนะให้เราทำเช่นนี้ ถ้าปฏิเสธ เขาจะซ้อมและข่มขู่เรา"

                                                                       - "เด็กหญิง" PENELOPE TWAYA ผู้ถูกคุมขัง ปี 1977
"เด็กหญิง" PENELOPE TWAYA ผู้ถูกคุมขัง ปี 1977

"นี่คือสถานที่แห่งความชั่วร้ายที่สิ่งเลวร้ายเกิดกับผู้คน... เป็นที่ที่มีการทรมานและเป็นศูนย์กลางของตำรวจรักษาความมั่นคง เป็นที่ที่ไร้ความปรานี และโดยพี้นฐานแล้วเป็นที่ที่คนโรคจิตอาศัยอยู่"

                                                                                     - BARBARA HOGAN ผู้ถูกคุมขัง ปี 1981

"เมื่อคนๆ หนึ่งได้ฟังเสียงนกพิราบขันอย่างสอดประสานกันบนขอบหน้าต่าง... เขาอาจคอยเงี่ยหูฟังเสียงนั้น ซึ่งปลอบประโลมทุกชีวิตให้มีความหวังที่จะอยู่รอด"

                                                                                     - BARBARA HOGAN ผู้ถูกคุมขัง ปี 1981
ฝูงนกพิราบเกาะกลุ่มกันด้านนอกสถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก
BARBARA HOGAN ผู้ถูกคุมขัง ปี 1981
รายการสิ่งของในห้องขังของ Neil Aggett ในช่วงเวลาที่เขาเสียชีวิต [ภาษาแอฟริกัน]

NEIL AGGETT - เสียชีวิตวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1982

ดร. Neil Aggett สนับสนุนในเรื่องสิทธิ์ของคนงานและต่อมาได้เป็นผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานของกลุ่มคนงานโรงงานผลิตอาหารและอาหารกระป๋องแห่งแอฟริกา (African Food and Canning Workers' Union) เขามีบทบาทสำคัญในการต่อต้านผลิตภัณฑ์ของ Fattis และ Monis เพื่อให้นายจ้างตระหนักถึงสิทธิ์ของคนงานในการเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน รัฐบาลเห็นว่าความสามารถของเขาในการรวมกลุ่มคนงานเป็นภัยคุกคามและบอกว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์ 

ภายหลังการจับกุมกลุ่มผู้นำสหภาพแรงงานจำนวนมากในปี 1981 Aggett ถูกพบว่าได้แขวนคอเสียชีวิตในห้องขังของเขาในเวลา 3.25 น. โดยใช้ผ้าพันคอที่เพื่อนคนหนึ่งของเขาถักให้ อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้น ความจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขาได้รับการเปิดเผย เมื่อศาลสูง นำโดย George Bizos ได้แสดงให้เห็นว่าการสอบสวนเป็นเวลา 80 ชั่วโมงในวันสุดสัปดาห์ก่อนการเสียชีวิต ทำให้เขามีภาวะผิดปกติทางด้านอารมณ์อย่างรุนแรง แม้กระนั้น ตำรวจก็พ้นผิดอีกครั้งจากการอ้างว่า Aggett มีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายมานานแล้ว

รายงานเกี่ยวกับ Neil Aggett ที่ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ครบถ้วนสมบูรณ์และลงนามโดยผู้ตรวจสอบผู้ถูกคุมขังเมื่อวันที่ 25 มกราคม 1982 ไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในระหว่างการคุมขัง 
แถลงการณ์ที่ออกโดย Detainee's Parents Support Committee (DPSC) เกี่ยวกับการเสียชีวิตในระหว่างการคุมขังของ ดร. Neil Aggett

"มันเหมือนกับเกม ถ้าคุณอยากจะคิดอย่างนั้น มีกฎที่พวกเขาสร้างขึ้น และคุณต้องทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้เป็นไปตามกฎ หรือทำให้กฎหละหลวมขึ้น เป็นที่ชัดเจนว่าไม่มีใครเข้าไปได้ไม่ว่าตัวเราเองหรือทนาย ต่อมาเรารู้ว่ามีคนอื่นตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แล้วเราก็เริ่มติดต่อกัน และดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง

ต่อมาไม่นานเราก็รู้ว่ามีอะไรบางอย่าง มีแรงกดดันบางอย่างที่คุณสามารถกระทำต่อพวกเขาได้ และนี่ก็เป็นเกมที่เราเป็นผู้เริ่มขึ้น"

                                   - Max และ Audrey Coleman บิดาและมารดาของอดีตผู้ถูกคุมขัง Keith Coleman และสมาชิกผู้ก่อตั้ง DPSC 
อดีตผู้ถูกคุมขัง Jabu Ngwenya กล่าวเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างห้องขังขณะถูกคุมขังที่ John Vorster Square
อดีตผู้ถูกคุมขัง Jabu Ngwenya กล่าวเกี่ยวกับการถูกสอบสวนและทรมานที่ John Vorster Square

ERNEST MOABI DIPALE - เสียชีวิตวันที่ 8 สิงหาคม 1982

จากครอบครัวที่สนใจเรื่องการเมือง Ernest Dipale ถูกจับกุมและคุมขังพร้อมกันกับ Aggett ในเดือนพฤศจิกายน 1981 

เขาได้ยื่นหนังสือต่อผู้พิพากษาคนหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาร้องเรียนการทำร้ายร่างกายและการทรมานด้วยการช็อตไฟฟ้า การร้องเรียนไม่เป็นผล ในที่สุดเขาได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกคุมขังเป็นระยะเวลานานสามเดือนครึ่ง 

เขาถูกคุมขังอีกครั้งในวันที่ 5 สิงหาคม 1982 และถูกคุมตัวไว้ที่ John Vorster Square 

ห้าเดือนถัดมาหลังการเสียชีวิตของ FNeil Aggett Ernest Dipale ถูกพบว่าแขวนคอเสียชีวิตในห้องขังของเขาโดยใช้แถบผ้าที่ฉีกจากผ้าห่ม 

Dipale ผู้มีอายุเพียง 21 ปี เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายและทรมานอย่างรุนแรง รวมทั้งการใช้ไฟฟ้าช็อต 

จดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับ Dipale

AC/2001/279 - กฤตภาคข่าวหรือข่าวตัดเกี่ยวกับการลักพาตัว Dipale จากเอกสารที่ยื่นเพื่อขอรับการนิรโทษกรรมของ Butana Almond Nofomela ที่ส่งไปยังคณะกรรมการการนิรโทษกรรมของ TRC

"ผู้ยื่นหนังสือขอรับการนิรโทษกรรมให้การว่าเขาได้รับคำสั่งจากร้อยเอก Jan Coetzee และร้อยโท Koos Vermeulen ให้ลักพาตัว Moabi Dipale จากบ้านของเขาใน Soweto เพื่อทำการสอบสวนโดยได้รับความช่วยเหลือจาก Joe Mamasela พวกเขาต้องการข้อมูลเกี่ยวกับน้องสาวของ Dipale ซึ่งมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งต่อมา

กลุ่มคนดังกล่าวไปที่บ้านของ Dipale ใน Soweto และสอบถามว่าเขาอยู่ในบ้านหรือไม่ เด็กสาวคนหนึ่งกล่าวปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เดินเข้าไปในบ้าน พวกเขาเห็น Dipale ซ่อนตัวอยู่หลังตู้เสื้อผ้า Mamasela กล่าวหาว่า Dipale ไม่คืนเงินที่ติดหนี้อยู่และใช้เป็นข้ออ้างในการบังคับให้เขาออกเดินทางไปด้วย

กลุ่มคนทั้งหมดพา Dipale ไปยัง Roodepoort ซึ่งเป็นสถานที่ที่พบกับ Jan Coetzee และ Vermeulen จากนั้นก็ไปที่ Zeerust แล้วไปยังไร่ที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งเป็นจุดที่ Moabi ถูกซักถามเกี่ยวกับที่พักของ Joyce Dipale น้องสาวของเขา ในระหว่างการสอบสวนนี้ Dipale ถูก Nofomela, Mamasela และ Vermeulen ทำร้ายร่างกายจนหมดสติ (Grobbelaar และ Coetzee ไม่มีส่วนร่วม) Nofomela ไม่สามารถบอกได้ว่าพวกเขาได้รับข้อมูลใดๆ ที่จะช่วยในการจับกุม Joyce Dipale ในบอตสวานาในเวลาต่อมาหรือไม่

ต่อมาพวกเขากลับไปที่ Vlakplaas Nofomela ไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Moabi Dipale หลังจากนั้น เขาไม่รู้ว่า Dipale ถูกจับคุมขังหรือปล่อยตัวหรือไม่ คณะกรรมการรู้สึกพอใจที่สถานการณ์เป็นไปตามข้อกำหนดของการนิรโทษกรรม และอนุมัติการนิรโทษกรรมให้แก่ Nofomela เนื่องจากการกระทำผิดและความผิดทั้งหมดเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการลักพาตัวและทำร้ายร่างกาย Moabi Dipale โดยตรงในระหว่างหรือประมาณเดือนตุลาคม 1981"

CATHERINE HUNTER ผู้ถูกคุมขัง ปี 1983

"ฉันคิดว่า "ผู้คุม" ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นแค่ผู้ที่ทำตามหน้าที่ เย็นชาและทำเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือส่งอาหาร

ไม่มีการสบสายตา และฉันคิดว่าในสายตาของพวกเขา เขารู้สึกแปลกใจที่ผู้หญิงผิวขาวจะเป็น "ผู้ก่อการร้าย" ไปได้ เพราะผู้หญิงที่เป็นผู้ก่อการร้ายจำนวนมากเป็นผู้หญิงผิวขาวที่เป็นชาวแอฟริกัน ฉันจึงดูต่างออกไปจากผู้ก่อการร้ายในความนึกคิดหรือข้อมูลของเขา"

                                          - CATHERINE HUNTER ผู้ถูกคุมขัง ปี 1983
ห้องขังจากหมึกสีเขียว วาดโดย Catherine Hunter ขณะที่ถูกคุมขัง
JAKI SEROKE ผู้ถูกคุมขัง ปี 1987

"สิ่งเดียวที่ทำให้เรารอดชีวิตมาได้คือ เพราะเราเป็นคนดี เราต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ประชาธิปไตย และเรามีเหตุผลที่เพียงพอ แล้วคุณก็พูดกับตัวเองว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผม อย่างน้อยที่สุดมันก็มีจุดเริ่มต้นจากเหตุผลที่เพียงพอ” ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตรอดมาได้ ซึ่งยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง"

                                                                                                                                              - JAKI SEROKE ผู้ถูกคุมขัง ปี 1987

STANZA BOPAPE - เสียชีวิตวันที่ 5 มิถุนายน 1988

หลังจากที่ถูกช็อตด้วยไฟฟ้าหลายครั้ง นักเคลื่อนไหว Stanza Bopape เสียชีวิต “อย่างไม่คาดคิด” ด้วยโรคหัวใจ ด้วยความกังวลว่าการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่งในระหว่างการคุมขังนี้จะทำให้ภาพพจน์ของตำรวจดูไม่ดี จึงมีการกล่าวอ้างว่าแท้ที่จริง Bopape ได้หลบหนีออกไปจากการควบคุมตัวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการพิจารณาคดีของคณะกรรมการค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง (Truth and Reconciliation Commission หรือ TRC) ในปี 1997 ในที่สุดตำรวจก็ยอมรับว่า Bopape เสียชีวิตในระหว่างการคุมขัง ศพของเขาถูกทิ้งลงในแม่น้ำ Nkomati บริเวณชายแดนติดต่อกับโมซัมบิก

ไม่มีใครพบศพของ Stanza Bopape

วันที่ 30 มกราคม 1990 - CLAYTON SITHOLE เสียชีวิตในระหว่างการคุมขัง

เพียงสองวันก่อนการปล่อยตัว Nelson Mandela ออกจากการคุมขัง Clayton Sithole ซึ่งอายุ 20 ปีในขณะนั้น ถูกพบว่าแขวนคอเสียชีวิตในห้องขังของเขา

ก่อนการทำอัตวินิบาตกรรมดังกล่าว มีการกล่าวอ้างว่า Sithole มีหลักฐานการกระทำผิดทางอาญาของ Winnie Mandela และ Zinzi บุตรสาวของเธอ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว Sithole เป็นพ่อของหลานคนหนึ่งของ Nelson Mandela

ภายหลังการปล่อยตัว Nelson Mandela ในปี 1990 มีการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายด้านการรักษาความมั่นคงในประเทศซึ่งมีผลในวงกว้าง

การคุมขังโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาลถูกนำออกจากพระราชบัญญัติ ในปี 1991 หน่วยรักษาความมั่นคงถูกยุบโดยรวมแผนกสอบสวนอาชญากรรมเข้ากับหน่วยงานหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อว่า "การต่อสู้กับอาชญากรรมและการสอบสวน" และในปี 1995 ก็มีการเปิดตัวหน่วยสนับสนุนตำรวจแห่งแอฟริกาใต้

การเสียชีวิตของคนเจ็ดสิบห้าคนในระหว่างการคุมขังได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการในรายงานของคณะกรรมการค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าตำรวจทรมานผู้ถูกคุมขัง แต่ไม่มีตำรวจนายใดเลยสักคนเดียวที่เป็นผู้รับผิดชอบการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในระหว่างการคุมขัง

"ตอนนี้ผู้คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ถูกทิ้งให้จมอยู่กับความรู้สึกผิด ความรับผิดชอบ และสิ่งที่สังคมรับทราบเกี่ยวกับพวกเขา พวกเขาเริ่มกลับไปหาอดีตผู้ถูกคุมขังของตนเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะอดีตผู้ถูกคุมขังเหล่านี้เป็นคนกลุ่มเดียวที่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ  

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่ผู้กระทำผิดโหยหาการยอมรับจากเหยื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันคิดว่าผู้ถูกคุมขังมีความเข้าใจชัดเจนกว่าผู้ที่อยู่ภายนอกเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นการต่อสู้และนี่เป็นด้านที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้"

              - ดร. ELIZABETH FLOYD อดีตผู้ถูกคุมขัง ปี 1981 - 1992 และแฟนสาวของ Neil Aggett
การเปลี่ยนชื่อใหม่ของ John Vorster Square ปี 1997 (ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก SABC)

ในปี 1997 รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของ B.J. Vorster ถูกย้ายออกจากห้องโถงของ John Vorster Square ที่อื้อฉาว

สถานที่ดังกล่าวถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก และขณะนี้ถูกใช้งานในการต่อสู้กับอาชญากรรมในโจฮันเนสเบิร์ก

แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นและกลิ่นอับยังคงหลงเหลืออยู่ วิญญาณของผู้ที่เป็นเจ้าของในอดีตคงจะยังวนเวียนอยู่

...นี่เป็นความทรงจำจากการปฏิวัติ และถ้าไม่มีอยู่อีกต่อไป จะไม่มีสิ่งใดที่ใช้บอกเล่าได้ว่าสถานที่นี้มีลักษณะอย่างไร... เพราะสิ่งของเหล่านี้แสดงให้เห็นสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อทำร้ายเรา เพราะคนส่วนมากถูกทำร้ายด้วยระบบนี้ และถ้าคุณเอามันไป คุณก็จะเสียส่วนที่สำคัญในเรื่องราวนี้ไปด้วย...

                                                                                                                               - MOLEFE PHETO ผู้ถูกคุมขัง ปี 1975
ประตูทางเข้าสถานีตำรวจกลางแห่งโจฮันเนสเบิร์ก ปี 2007
เครดิต: เรื่องราว

Curator — Catherine Kennedy (SAHA)
Archivist — Debora Matthews (SAHA)
Photographs — Craig Matthew (Doxa Productions)
Archival video footage — South African Broadcasting Corporation (SABC)
Background — This exhibit is based on the interactive DVD, 'Between life and death: stories from John Vorster Square', developed by Doxa Productions on behalf of SAHA in 2007, as part of the SAHA / Sunday Times Heritage Project, funded by the Atlantic Philanthropies. Please see DVD for full research and image credits. For more information about the SAHA / Sunday Times Heritage Project, please visit sthp.saha.org.za 

เครดิต: สื่อทั้งหมด
เรื่องราวที่นำเสนอบางเรื่องเขียนขึ้นโดยบุคคลหรือหน่วยงานอิสระภายนอก ซึ่งอาจแสดงมุมมองที่แตกต่างไปจากพิพิธภัณฑ์ที่อนุเคราะห์รูปภาพตามรายชื่อด้านล่าง
แปลภาษาด้วย Google
หน้าแรก
สำรวจ
ใกล้เคียง
โปรไฟล์