30 ส.ค. 2523

โซลิดาริตีและการล่มสลายของม่านเหล็ก

Polish History Museum

"การปฏิวัติโปแลนด์เป็นการทำให้ยุโรปใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นต้องหดตัวลงเป็นอย่างมาก หากการจัดระเบียบยุโรปที่เราเรียกย่อๆ ว่า „Yalta” เริ่มต้นขึ้นในโปแลนด์ ก็มีความสมเหตุสมผลอย่างมากที่การสิ้นสุดลงของ „Yalta” จะเริ่มขึ้นในโปแลนด์ด้วยเช่นกัน "
Timothy Garton Ash, การปฏิบัติโปแลนด์: โซลิดาริตี ,  1999

การจัดระเบียบใหม่ของยุโรป

ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง สหภาพโซเวียต ได้ก่อตั้งระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์ในยุโรปตอนกลาง และตะวันออก  การดำเนินชีวิตในสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเครืออาณานิคมฝั่งตะวันออกยึดเอาโซเวียตเป็นแบบอย่าง  กระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นจากการสร้างการผูกขาดทางการเมืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ การสร้างกองกำลังตำรวจรักษาความมั่นคง การใช้ระบบเซ็นเซอร์ และการควบคุมสื่อ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการใช้โฆษณาชวนเชื่อ

โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อ   มีข้อความที่แปลว่า:  ‘Soviet Army, guardian of peace’ โปสเตอร์โฆษณา ตัวอักษรที่เขียน: 'กองทัพโซเวียตผู้พิทักษ์แห่งสันติภาพ'
Edward Gierek เลขาธิการอันดับหนึ่งของพรรค Polish United Workers (คอมมิวนิสต์ PZPR) ตั้งแต่ปี 1970 ถึง 1980  ผู้นำที่แท้จริงของพรรคและรัฐ  ภายใต้การนำของเขา คนในประเทศมีความสุขกับการบูมของเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งสิ้นสุดด้วยวิกฤตที่หนักหนาที่สุดนับตั้งแต่สงคราม
ขบวนพาเหรดในวันแรงงานภายใต้เงาที่เป็นลางร้ายของพระราชวังแห่งวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ (Palace of Culture and Science)

วันแรงงานประจำปีมีจุดประสงค์เพื่อ แสดงออกถึงการสนับสนุนของมวลชนที่มีต่อพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งปกครองประเทศ ตัวแทนจากบริษัทต่างๆ และโรงงานผลิต โรงเรียน มหาวิทยาลัย องค์กรทางสังคม และกองทัพ รวมทั้งนักแสดงและนักดนตรีที่มีชื่อเสียงได้ร่วมเดินและโบกมือให้กับผู้ที่มีตำแหน่งสูงในพรรคการเมืองซึ่งมองลงมาจากพลับพลา ขบวนพาเหรดได้รับการออกอากาศทางโทรทัศน์ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศของการเฉลิมฉลองต้องถูกรบกวนด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าบุคคลที่ไม่เข้าร่วมในขบวนพาเหรดจะประสบกับการข่มขู่คุกคามในที่ทำงาน 

เทศกาลเพลงของโซเวียตใน Zielona Góra ถูกจัดขึ้นอย่างเลิศหรู  วัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมนี้คือเพื่อให้มิตรภาพระหว่างโปแลนด์และโซเวียตกระชับแนบแน่นขึ้น
„Ręce do góry” (“Hands Up”)  ภาพยนตร์สารคดีที่ผลิตโดย Jerzy Skolimowski ในปี 1967 ถูกสั่งห้ามโดยพนักงานเซ็นเซอร์จนกระทั่งปี 1981
Krystyna Janda ใน "Przesłuchanie” (“Interrogation”) กำกับโดย Ryszard Bugajski

วัฒนธรรมและการเซ็นเซอร์

ศิลปินที่ฝ่าฝืนข้อห้ามเกี่ยวกับอุดมการณ์หรือทางการเมืองใดๆ ก็ตาม จะต้องตระหนักถึงความจริงที่ว่า ผู้ที่ชมผลงานของพวกเขาก็มีแต่ผู้เซ็นเซอร์เท่านั้นเอง นักเขียนและนักสร้างภาพยนตร์จำนวนมากต้องอพยพย้ายถิ่นฐานออกไป:  Jerzy Skolimowski ย้ายไปยังฝั่งตะวันตกเมื่อมีการเซ็นเซอร์ “Hands Up” และ Ryszard Bugajski ก็ย้ายออกไปเมื่อเจ้าหน้าที่ของทางการปิดกั้นการเผยแพร่ “Interrogation”

Czesław Miłosz ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาวรรณกรรม
คูปองสำหรับการปันส่วน

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจที่วางแผนไว้ที่ส่วนกลางได้รับการแนะนำโดย รัฐบาลคอมมิวนิสต์ซึ่งไม่ยอมให้มีการครอบครองทรัพย์สินส่วนบุคคลในอุตสาหกรรมหรือในส่วนงานบริการ  นโยบายของรัฐบาลทำให้ความสามารถในการทำกำไรและความคิดริเริ่มในอุตสาหกรรมต้องสูญเสียไป ระดับการบริการลดต่ำลง และมีการปันส่วนอาหาร

คิวที่ด้านหน้าของร้านขายของชำ

การหยุดงานประท้วงและการจลาจล

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่พรรค Polish United Workers ปฏิเสธที่จะยอมรับการต่อสู้ทางการเมืองทุกรูปแบบหรือกิจกรรมการเคลื่อนไหวของคนงานที่แท้จริง  ในเดือนมิถุนายน 1956 การหยุดงานประท้วงและการจลาจลของคนงานใน Poznań ถูกปราบปรามอย่างโหดร้ายทารุณ มีคนทั้งสิ้น 73 คนถูกสังหารและหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ

เดือนมีนาคม 1968 การประท้วงของนักศึกษาเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 1968 ภายหลังการสั่งห้ามการแสดงละครเวทีของกวีแห่งศตวรรษที่ 19 Adam Mickiewicz เรื่อง “Forefathers’ Eve” เนื่องจากมีองค์ประกอบของ “โรคกลัวรัสเซีย”  ผู้คนราว 1,500 คนถูกจับกุม  มีการเปิดตัวแคมเปญต่อต้านภาษาอาหรับ-ฮิบรูเพื่อต่อต้านนักเคลื่อนไหวที่เป็นนักศึกษาและผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้สนับสนุน

ชายฝั่งทะเลบอลติกปี 1970  การประท้วงของคนงานที่่เกิดขึ้นจากราคาอาหารที่พุ่งขึ้นสูงแผ่กระจายไปยังเมืองท่าต่างๆ ในโปแลนด์ทั้ง Gdańsk, Gdynia และ Szczecin  ผู้ประท้วงถูกผลักดันให้กระจัดกระจายออกไปโดยทหารกองหนุนและหน่วยงานของกองทัพ (เจ้าหน้าที่ทหารและกองทัพรวมทั้งสิ้น 61,000 นายเกี่ยวข้องในเรื่องนี้)  มีประชาชนถูกสังหาร 45 คนและบาดเจ็บ 1,165 คน

Poznań เดือนมิถุนายน 1956
วอร์ซอ เดือนมีนาคม 1968
Gdynia เดือนธันวาคม 1970
เดือนมิถุนายน 1976 ใน Radom

คณะกรรมการว่าด้วยการปกป้องคนงาน (KOR)

การประท้วงใน Radom, Płock และ Ursus ทำให้คนงานหลายพันคนต้องถูกออกจากงาน  คณะกรรมการว่าด้วยการปกป้องคนงาน (KOR) ได้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือคนงานเหล่านั้น  องค์กรนี้ดำเนินงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ และสร้างสรรค์ขึ้นโดยกลุ่มคนระดับปัญญาชนในสังคมซึ่งไม่เห็นด้วยกับระบบ  ตัวแทนลับๆ จาก KOR ถูกส่งออกไปหาผู้คนส่วนใหญ่ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยให้การสนับสนุนเรื่องการเงิน รวมทั้งความช่วยเหลือด้านกฎหมาย นักเคลื่อนไหวของ KOR ทำให้ทางการลงมือทำการปราบปราบ:  ห้องพักอาศัยของพวกเขาถูกค้นพบ พวกเขาถูกจับคุมขัง และบางคนถูกทำร้ายโดย ‘ผู้โจมตีที่ไม่รู้จัก’ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยสนับสนุนด้านความมั่นคง  ในไม่ช้าองค์กรฝ่ายตรงข้ามหลายองค์กรก็ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างเช่น ขบวนการปกป้องสิทธิมนุษยชนและพลเรือน (ROPCiO) และสหภาพแรงงานอิสระ (Wolne Związki Zawodowe)

จอห์น ปอลที่สองใน Cracow ปี 1979

จอห์น ปอลที่สอง

วันที่ 16 ตุลาคม 1978 Karol Wojtyła อาร์คบิชอปแห่ง Kraków ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา  ข่าวคราวการได้รับเลือกครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในโปแลนด์ และถูกมองว่าเป็นรางวัลซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำหรับความอัปยศของชาติและการข่มเหงรังแกคริสตจักรที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ ในเดือนมิถุนายน 1979 พระสันตะปาปาได้เดินทางมาเยี่ยมโปแลนด์ด้วยบทบาทใหม่นี้เป็นครั้งแรก มีผู้สนับสนุนชาวโปแลนด์หลายล้านคนเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธา แต่ยังเป็นโอกาสที่จะแสดงถึงความปรารถนาที่จะดำรงชีวิตในประเทศที่มีอิสระเสรีภาพอีกด้วย

จอห์น ปอลที่สองใน Częstochowa
Lech Wałęsa กล่าวถึงคนในรุ่นของเขา
วันที่ 14 สิงหาคม 1980: การประท้วงที่อู่ต่อเรือ V. Lenin ใน Gdańsk เริ่มต้นขึ้น

Solidarność

Solidarność ถือกำเนิดขึ้นจาก การหยุดงานประท้วงทั่วประเทศในเดือนสิงหาคม 1980 โดยเริ่มที่อู่ต่อเรือ V. Lenin ใน Gdańsk  คนงานของอู่ต่อเรือดังกล่าวทำการประท้วงโดยแสดงสัญลักษณ์ของโซลิดาริตี้พร้อมด้วยเพื่อนร่วมงานสองคนที่ถูกไล่ออกจากงาน: Anna Walentynowicz และ Lech Wałęsa

การจัดพิธีทางศาสนาเพื่อเฉลิมฉลองที่อู่ต่อเรือที่มีการหยุดงานประท้วง
Anna Walentynowicz พูดคุยกับ ครอบครัวของผู้ประท้วง Walentynowicz เป็น นักเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิ์ของแรงงานและได้ก่อตั้งสหภาพแรงงานอิสระที่ผิดกฎหมายในปี 1978 (WZZ)

ข้อเรียกร้อง 21 ข้อ

โรงงานผลิตอื่นๆ ที่เข้าร่วมในการหยุดงานประท้วง มีการจัดตั้งคณะกรรมการจากตัวแทนที่มาจาก Gdańsk และเมืองที่อยู่ใกล้เคียง  ผู้ประท้วงต้องการเจรจากับรัฐบาลคอมมิวนิสต์เกี่ยวกับ เงื่อนไขในการหยุดการประท้วง  คณะกรรมการร่างข้อเรียกร้อง 21 ข้อ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขทั้งหมดโดยสมบูรณ์ ในที่สุดรัฐบาลก็ยอมรับที่จะเข้าสู่การเจรจากับผู้ประท้วง

ข้อเรียกร้อง 21 ข้อ

ข้อเรียกร้องจำนวน 21 ข้อของคณะกรรมการการหยุดงานประท้วงระหว่างโรงงานของอู่ต่อเรือ Vladimir Lenin ใน Gdańsk (วันที่ 17 สิงหาคม 1980)

1. การยอมรับสหภาพแรงงานที่เป็นอิสระโดยไม่ขึ้นอยู่กับพรรคคอมมิวนิสต์และบริษัทผู้ประกอบการ โดยเป็นไปตามข้อตกลงฉบับที่ 87 ขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์ในการก่อตั้งสหภาพแรงงานที่เป็นอิสระ

2. การรับรองสิทธิ์ในการหยุดงานประท้วงและความปลอดภัยของผู้ประท้วงรวมทั้งผู้ที่สนับสนุน

3. การปฏิบัติโดยสอดคล้องกับการรับรองในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเสรีภาพในการพูด สื่อและสิ่งพิมพ์ รวมทั้งเสรีภาพของสำนักพิมพ์ที่เป็นอิสระ และความพร้อมใช้งานสื่อขนาดใหญ่เพื่อแสดงถึงความสุจริตใจ

4. การคืนสิทธิ์ตามที่เคยมีในอดีตกลับไปให้:

ก) ผู้คนที่ถูกไล่ออกจากงานหลังการหยุดงานประท้วงในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1976 นักศึกษาที่ถูกไล่ออกเนื่องจากทัศนคติของตน (...)

5. ความพร้อมใช้งานสื่อข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเผยแพร่เกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการการหยุดงานประท้วงระหว่างโรงงานและการเผยแพร่ข้อเรียกร้องของคณะกรรมการดังกล่าว (...)

9. การเพิ่มเงินค่าจ้างโดยอัตโนมัติซึ่งได้รับการรับรองโดยมีหลักการพื้นฐานจากการเพิ่มขึ้นของราคาและการลดลงในรายได้ที่แท้จริง (...)

12. การเลือกบุคลากรด้านการจัดการโดยมีหลักการพื้ันฐานจากคุณสมบัติ ไม่ใช่การเป็นสมาชิกพรรค สิทธิพิเศษของหน่วยตำรวจรักษาความมั่นคง ตำรวจทั่วไป และกลไกต่างๆ ของพรรคการเมืองจะต้องถูกกำจัด

ตัวแทนจากโรงงานที่หยุดงานประท้วงกำลังฟังผู้เจรจาต่อรอง
บันทึกการเจรจา
การลงนามในข้อตกลงเดือนสิงหาคม เป็นเครื่องแสดงถึงการยอมรับข้อเรียกร้องทั้ง 21 ข้อของรัฐบาล
วันที่ 31 สิงหาคม 1980 การหยุดงานประท้วงมาถึงจุดสิ้นสุด
ผู้สนับสนุนของ Lech Wałęsa ยกตัวของเขาขึ้นด้วยความยินดีในชัยชนะภายหลังการจดทะเบียนสหภาพแรงงานโซลิดาริตี

การตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ์ของแรงงาน ในการก่อตั้งสหภาพแรงงานที่เป็นอิสระและดำเนินการโดยเสรีเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องทั้งหมดจำนวน 21 ข้อ สหภาพแรงงานที่ปกครองตนเองอย่างอิสระ ‘Solidarność’ (Niezależny Samorządny Związek Zawodowy Solidarność) ได้รับการก่อตั้งขึ้นตามหลักการนี้ อันที่จริง องค์กรดังกล่าวเป็นมากกว่าสหภาพแรงงาน โดยมีความเคลื่อนไหวในเรื่องสิทธิ์ของพลเรือนในระดับชาติ ซึ่งสมาชิกคือประชาชนที่มาจากกลุ่มต่างๆ ทางสังคมและผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองต่างๆ กัน ก่อนสิ้นสุดปี 1981 ประชาชนราว 10 ล้านคนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรนี้

โปสเตอร์ของโซลิดาริตีในวันแรงงานปี 1981
ผู้ประท้วง 1981 คนเรียกร้องการประกาศให้โซลิดาริตีของเกษตรกร (Farmers’ Solidarity) ถูกต้องตามกฎหมาย
อนุสาวรีย์ของกรรมกรอู่ต่อเรือที่ถูกสังหารในปี 1970 - เป็นอนุสาวรีย์แห่งแรกของเหยื่อในระบอบคอมมิวนิสต์
„Tygodnik Solidarność” (Solidarność Weekly) หนังสือพิมพ์อิสระฉบับแรกในโปแลนด์ นับตั้งแต่ปี 1947 นำเสนอโดยหัวหน้ากองบรรณาธิการ Tadeusz Mazowiecki
ปี 1981 การประชุมครั้งแรกของ Solidarność ใน Gdańsk

ข้อความที่กล่าวโดยผู้แทน การประชุมครั้งแรกของ ‘Solidarność’ แห่ง NSZZ แก่ชนชั้นแรงงานในยุโรปตะวันออก

บรรดาผู้แทนที่มารวมกลุ่มกันใน Gdańsk ใน การประชุมผู้แทนของสหภาพแรงงานที่เป็นอิสระครั้งแรกหรือ “โซลิดาริตี” กล่าวทักทายและให้กำลังใจแก่แรงงานในอัลบาเนีย บัลกาเรีย เชโกสโลวาเกีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน โรมาเนีย ฮังการี และชาติอื่นๆ ทั้งหมดในสหภาพโซเวียต   ในฐานะที่เป็นสหภาพแรงงานที่เป็นอิสระแห่งแรกในประวัติศาสตร์ภายหลังสงคราม เราได้ระมัดระวังอย่างยิ่งในโชคชะตาที่ผูกเกี่ยวกันไว้ เราขอยืนยันกับพวกคุณว่า ในขณะที่การโกหกไหลเวียนอยู่ในประเทศของคุณ เราเป็นองค์กรของชนชั้นแรงงานที่แข็งแกร่งของคนจำนวน 10 ล้านคนอย่างแท้จริง ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากผลของการหยุดงานประท้วงของกรรมกร เป้าหมายของเราคือต่อสู้เพื่อให้มาตรฐานการครองชีพของชนชั้นแรงงานดีขึ้น เรา สนับสนุนคนในหมู่พวกคุณที่ตัดสินใจที่จะต่อสู้ เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างเสรีของสหภาพแรงงาน เราเชื่อว่า ตัวแทนของพวกคุณและของเราจะได้พบปะกันในไม่ช้า เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสหภาพ

‘Man of Iron’ โดย Andrzej Wajda เป็นภาพยนตร์ เรื่องแรงที่เกี่ยวกับ Solidarność  ภาพยนตร์ ดังกล่าวชนะรางวัล Palme d’Or ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์
วันที่ 13 ธันวาคม 1981:  นายพล Jaruzelski ประกาศกฎอัยการศึกในโปแลนด์

กฎอัยการศึก

พรรคคอมมิวนิสต์ที่ครองอำนาจ (พรรค Polish United Workers) ปฏิเสธที่จะประนีประนอมทั้งที่สูญเสียอำนาจลงทีละน้อย สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ เริ่มมีความตึงเครียดยิ่งขึ้น  ในฤดูใบไม้ผลิปี 1981 รัฐมนตรีกลาโหม นายพล Wojciech Jaruzelski ได้กลายมาเป็นเลขาธิการอันดับหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์ PZPR  ในวันที่ 13 ธันวาคม 1981 Jaruzelski ได้ออกกฎอัยการศึก ในประเทศ คณะมนตรีแห่งรัฐ (State Council) ระงับการใช้สิทธิ์และอิสรภาพของพลเรือน รวมทั้งสิทธิ์ในการทำกิจกรรมของโซลิดาริตี ต่อไป ในช่วงกลางคืน หน่วยงานสนับสนุนการรักษาความมั่นคงของตำรวจและกองทัพบกเข้ายึดครองสำนักงานใหญ่ของโซลิดาริตี และจับกุมนักเคลื่อนไหวราว 10,000 คน รวมทั้ง Lech Wałęsa   การเจรจาอย่างสันติของ โรงงานที่หยุดงานประท้วงดำเนินไปด้วยความรุนแรง  คนงานเหมืองเก้าคน ถูกสังหารด้วยอาวุธปืนที่เหมือง Wujek ใน Silesia  กฎอัยการศึกสิ้นสุดอย่างเป็นทางการในปี 1983 แต่ โซลิดาริตีถูกประกาศให้มิชอบด้วยกฎหมายและฝ่ายตรงข้ามยังคงต้องอดทนอดกลั้นต่อไป

พนักงาน ขนส่งที่ติดอาวุธทางหหารอยู่ด้านหน้าเหมืองถ่านหิน
เหยื่อจาก การบุกโจมตีผู้ประท้วงซึ่งเป็นกองกำลังที่ใช้ยวดยานในการขับเคลื่อนของภาคพลเมืองในลูิบินของทหารกองหนุน (ZOMO)
หนึ่งในบรรดาเหยื่อ ของระบอบเผด็จการในช่วงทศวรษ 1980 คืออนุศาสนาจารย์ของโซลิดาริตี Fr. Jerzy Popiełuszko ซึ่งถูกฆาตกรรมในฤดูไบไม้ร่วงของปี 1984
การประท้วงที่มีต่อกฎอัยการศึกในวันแรงงานปี 1982
นักเคลื่อนไหว ฝ่ายตรงข้ามที่ถูกคุมขังขณะเดินบนสนามในทัณฑสถาน
โซลิดาริตีกับโปแลนด์
ครอบครัวของ Lech Wałęsa ผู้ถูกคุมขังกับภาพเหมือนของเขาที่แขวนบนกำแพง

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพสำหรับ Lech Wałęsa

การมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้กับ Lech Wałęsa ในปี 1983 ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการสนับสนุนโซลิดาริตีอย่างเข้มแข็งของโลกประชาธิปไตย รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ปฏิเสธที่จะออกหนังสือเดินทางให้กับ Lech Wałęsa เพื่อป้องกันไ่ม่ให้เขาเดินทางไปรับรางวัลด้วยตนเอง โดยเขาได้ให้ภรรยาและบุตรชายคนโตเป็นตัวแทนในการรับรางวัลที่ออสโล

"Drugi Obieg"

จุดกำเนิดของ "drugi obieg" (ภาษาโปแลนด์เทียบเท่ากับคำว่า samizdat หรือข้อความต้องห้ามที่เขียนโจมตีระบอบเผด็จการ) ย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1970  อย่างไรก็ตาม drugi obieg ไม่ได้เกิดขึ้นจนกระทั่งปีที่เกิดกฎอัยการศึก (ปี 1981-1983) ซึ่งการแพร่กระจายสิ่งพิมพ์อย่างลับๆ กลายเป็นพลังขับดันของฝ่ายตรงข้าม  ผู้นำโซลิดาริตีที่หลบหนีจากการกักขังได้จัดตั้งเครือข่ายสำนักพิมพ์และ ทำการเผยแพร่อย่างลับๆ   สิ่งพิมพ์หลากหลายรูปแบบได้รับการจัดพิมพ์เพื่อช่วงชิงพื้นที่สื่อที่ พรรคการเมืองควบคุมอย่างเป็นทางการ หนังสือ, วารสาร, แผ่นพับและโปสเตอร์, แม้กระทั่งสแตมป์และไปรษณียบัตรถูกพิมพ์เผยแพร่อย่างรวดเร็ว

1984
มืดมิดยามเที่ยงวัน
ใจที่ถูกกักขัง
Solidarność ยังคงอยู่ต่อไป!!!
การหยุดเรียนประท้วงของนักศึกษาในปี 1988 ที่มหาวิทยาลัยวอร์ซอ
การหยุดงานประท้วงของคนงานอู่ต่อเรือที่เรียกร้องการประกาศให้โซดาริตีถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้ง
Mikhail Gorbachev พูดคุยกับนายพล Jaruzelski ในระหว่างการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 10 (PZPR)

การเจรจาโต๊ะกลม

ในปี 1989 หลังจากที่ประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจและอยู่ภายใต้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองที่ดำเนินไปในสหภาพโซเวียต นายพล Jaruzelski ตัดสินใจที่จะเปิดการเจรจากับฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผย การเจรจาโต๊ะกลมเรื่มต้นขึ้นในเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อตกลงในการยอมรับโซลิดาริตีตามกฎหมายอีกครั้ง และเลือกตั้งสมาชิกให้เข้าไปนั่งในวุฒิสภา และเลือกตั้งสมาชิกจำนวน 35% ให้เข้าไปนั่งใน Sejm (รัฐสภาโปแลนด์) ในการเลือกตั้งอย่างอิสระ

ปี 1989 การเจรจาโต๊ะกลม

Autumn of Nations

ในเวลาไม่นานหลังจากที่การเจรจาโต๊ะกลม เริ่มต้นขึ้นในโปแลนด์ ฮังการีก็เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงประเทศ  ในเดือนมิถุนายน รั้วลวดหนามที่ขึงกั้นตลอดแนวชายแดนฮังการี-ออสเตรียถูกถอนออกไป ในเดือนสิงหาคม ‘Autumn of Nations’ ซึ่งเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ต่อต้านระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์ได้แพร่กระจายไปทั่วกลุ่มประเทศในเครืออาณานิคมของโซเวียตฝั่งตะวันออกที่ยังหลงเหลืออยู่ เยอรมัน, เช็ก, สโลวัก, บัลกาเรีย, โรมาเนีย และประชาชนในสาธารณรัฐบอลติกแห่งสหภาพโซเวียตเรียกร้องอิสรภาพอย่างเปิดเผย การทลายกำแพงเบอร์ลิน   ผลจาก ‘การปฏิวัติกำมะหยี่ (Velvet Revolution)’ Vaclav Havel ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเชโกสโลวาเกีย   ในโรมาเนีย กองทัพเข้าข้างฝ่ายผู้ประท้วง Nicolae Ceaucescu  การเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ ที่เป็นอดีตกลุ่มประเทศในเครืออาณานิคมของโซเวียตในแทบทุกส่วนดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อยอันเนื่องมากจากการตัดสินใจของ Mikhail Gorbachev ซึ่งป้องกันมิให้ทหารเข้าแทรกแซงในประเทศที่อยู่ในยุโรปตอนกลางและตะวันออก

โปสเตอร์แสดงภาพของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการภาคพลเรือน (Komitet Obywatelski) กับ Lech Wałęsa

ในวันที่ 4 มิถุนายน การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ดำเนินไปโดยคณะกรรมการภาคพลเรือนที่ก่อตั้งโดย Lech Walesa และผู้นำโซลิดาริตีได้รับที่นั่งใน Sejm ทั้งหมดซึ่งนับเป็น 35% และ 99 จากทั้งหมด 100 ที่นั่งในสภา

ชัยชนะแบบขาดลอยของฝ่ายตรงข้ามนำไปสู่การแต่งตั้งในวันที่ 12 กันยายน 1989 กลายเป็นรัฐบาลที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์พรรคแรกในยุโรปตะวันออก นำโดย Tadeusz Mazowiecki ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายตรงข้ามและที่ปรึกษาของโซลิดาริตี

โปสเตอร์การเลือกตั้งของ Solidarność ในปี 1989
Tadeusz Mazowiecki เข้ามายังสำนักนายกรัฐมนตรีใน Sejm เป็นครั้งแรกภายหลังการได้รับตำแหน่ง

ปลดปล่อยโปแลนด์

เดือนมกราคม 1990 เริ่มต้นขึ้นด้วยการฟื้นคืนชื่อเดิมของประเทศ ซึ่งก็คือ สาธารณรัฐโปแลนด์ (แทนชื่อ สาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์) และการปฏิรูปตลาดเสรีที่รู้จักในชื่อว่า Balcerowicz Plan ในเดือนพฤษภาคม ชาวโปแลนด์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเป็นอิสระครั้งแรก ปี 1990 นับเป็นปีแรกที่โปแลนด์ได้กลายเป็นประเทศเอกราชและเป็นอิสระ และเป็นการยุติขบวนการโซลิดาริตี (Solidarity movement) ในรูปแบบที่มีในช่วงทศวรรษ 1980 คณะกรรมการพลเรือนเกิดการแตกแยกกัน และในฤดูใบไม้ร่วง Lech Wałęsa ขับเคี่ยวกับ Tadeusz Mazowiecki ในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

Mazowiecki พ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครชิงตำแหน่งคนที่สามในการเลือกตั้งรอบแรก และ Wałęsa ชนะการเลือกตั้งรอบที่สองด้วยคะแนนโหวตทั้งสิ้น 75%

วันที่ 22 ธันวาคม 1990: Lech Wałęsa กล่าวคำสาบานเพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดี

"ในช่วงเวลาสิบปีที่แยกฤดูร้อนของปี 1980 ออกจากฤดูใบไม้ร่วงของปี 1990 โปแลนด์ต้องประสบกับสภาพการณ์ทางการเมืองที่ผกผันอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับบางประเทศที่เคยประสบมาก่อน ในช่วงเริ่มต้นทศวรรษดังกล่าว โปแลนด์ยังคงอยู่ในเงื้อมมือของระบบเผด็จการคอมมิวนิสต์และกลุ่มประเทศในเครืออาณานิคมของโซเวียต (Soviet Bloc) แต่ก็ได้กลายเป็นชาติที่ได้ัรับอิสระในที่สุด

Norman Davies, “God’s Playground”, สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ปี 2005
เครดิต: เรื่องราว

Curation — Michał Zarychta, Polish History Museum
Translation —  Thomas Anessi, Barbara Kościa
IT — Artur Szymański

เครดิต: สื่อทั้งหมด
เรื่องราวที่นำเสนอบางเรื่องเขียนขึ้นโดยบุคคลหรือหน่วยงานอิสระภายนอก ซึ่งอาจแสดงมุมมองที่แตกต่างไปจากพิพิธภัณฑ์ที่อนุเคราะห์รูปภาพตามรายชื่อด้านล่าง
แปลภาษาด้วย Google
หน้าแรก
สำรวจ
ใกล้เคียง
โปรไฟล์