พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2556

นิทรรศการ “ขัด รีด ร่ำ การดูแลรักษาผ้าแบบชาววัง”

Queen Sirikit Museum of Textiles

๙ สิงหาคม-๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

การทำความสะอาดเสื้อผ้าอาภรณ์แบบชาววังนั้น ไม่เพียงแต่เน้นการซักให้สะอาดและรีดให้เรียบดูสวยงาม แต่ทุกขั้นตอน “ซัก ขัด ร่ำ อัด รีด” ล้วนพิถีพิถันละเอียดประณีต

ซัก
ผ้าประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผ้านุ่ง ผ้าห่ม หรือผ้ายกทอง มีวิธีการซักทำความสะอาดแตกต่างกันไป
ขัด
ผ้านุ่งทั่วไปเมื่อต้มผ้าในน้ำชะลูดหอมกับลูกซัดและตากให้แห้งแล้ว จะนำไปขัดด้วยเปลือกหอยเบี้ย เพื่อให้เนื้อผ้าขึ้นเงาวาวสวย จากนั้นจึงนำไปอบร่ำและเข้าเครื่องพับจับจีบต่อไป
ร่ำ
ชาววังนั้นประกวดประขันกันในเรื่องเครื่องหอม ทั้งน้ำหอม น้ำอบ น้ำปรุง เครื่องร่ำต่างๆ ว่ากันว่าชาววังนางในย่างกรายไปที่ไหนกลิ่นจะหอมกำจรกำจาย ขนาดตัวไปแล้วแต่กลิ่นก็ยัง “หอมติดกระดาน” อยู่

ตามตำรับชาววังแท้ๆ หลังจากซักและรีดผ้าให้สะอาดเรียบดูงามแล้ว ก่อนจะนำไปใช้ ยังต้องผ่านกระบวนการร่ำผ้าเพื่อให้มีกลิ่นหอมติดทนนาน

การร่ำผ้าคือการอบหรือปรุงผ้าให้มีกลิ่นหอม โดยใช้วิธีนำผ้าใส่ในโถหรือหีบทึบที่ปิดแน่นสนิท แล้ว “ร่ำ” ซึ่งการร่ำผ้านี้ทำได้หลายวิธี ทั้งร่ำด้วยควันเทียน ร่ำดอกไม้สด และร่ำด้วยน้ำปรุง ร่ำจนกลิ่นกำซาบเข้าเนื้อผ้า

อัด
ผ้าที่ผ่านกรรมวิธีซักและอบร่ำจนหอมแล้ว ถ้าเป็นสไบ ก็จะนำมาจับจีบ โดยใช้ 2 คนช่วยกันจับจีบคนละข้าง จากนั้นใช้ไม้ที่มีน้ำหนักมาทับให้อยู่ทรง หรือใช้เครื่องมือที่เรียกว่า รางจีบ ซึ่งมีลิ้นเป็นชั้นๆ อยู่ในราง

ผู้จีบจะพับผ้าคั่นด้วยลิ้นไม้ไผ่เป็นชั้นๆ มัดหัวและท้ายใส่ลงไปในราง แล้วใช้ไม้ทับไว้เพื่อให้ผ้าเป็นจีบและอยู่ทรงคงตัว

เครื่องหอม
เครื่องหอมที่ใช้ร่ำผ้านั้น ประกอบด้วยดอกไม้ และพืชหอมนานาชนิด อาทิ กำยาน กฤษณา จันทน์หอม ชะมดเช็ด เทียนอบ น้ำตาลทรายแดง สารภี ประยงค์ จันทน์กะพ้อ กระดังงา ชะลูด ชมนาด เทียนกิ่ง การะเกด พุทธชาด เขี้ยวกระแต มะลิ ฯลฯ

Liquid perfumes were first made by infusing oil with crushed herbs or flowers and later through the distillation of plant material to extract their essential oils.
Women of the Thai court scented their textiles using traditional methods of burning aromatics and creating perfumed waters and oils, employing a wide range of ingredients that were grown domestically or obtained through trade. A selection is on display nearby

การแต่งกายและสีเครื่องแต่งกายตามวัน
เรื่องการแต่งกายและสีเครื่องแต่งกายนี้ หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล ทรงบรรยายไว้ในหนังสือ “บันทึกความทรงจำ หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล” ว่า "...วันอาทิตย์ทรงผ้าลายสีลิ้นจี่ ทรงสะพักแพรสีโศก หรือทรงผ้าสีเขียวใบไม้ ทรงสะพักสีทับทิม วันจันทร์ทรงผ้าเหลืองอ่อน ทรงสะพักแพรสีน้ำเงิน หรือทรงสีบานเย็น ทรงผ้าสีนกพิราบน้ำเงินหม่น ทรงแพรสีจำปาแดง วันอังคารทรงผ้าสีม่วงอ่อน ทรงแพรสีโศก หรือทรงผ้าสีโศก ทรงแพรสีม่วง วันพุธทรงผ้าสีเหล็กหรือสีถั่วเขียว ทรงแพรสีจำปาอ่อนหรือแก่ก็ได้ วันพฤหัสบดีทรงผ้าสีแสด ทรงแพรสีเขียวอ่อน หรือทรงผ้าสีเขียวใบไม้ ทรงสะพักสีแดงเลือดนก (ทับทิม) วันศุกร์ทรงผ้าสีน้ำเงินแก่ ทรงแพรสีเหลือง (ดอกกะบอก) หรือทรงแก่กว่าหน่อยก็ได้ วันเสาร์ทรงลายพื้นม่วง ทรงแพรสีโศก วันพระทรงผ้าสีแดง ทรงสะพักสีชมภู เวลาไว้ทุกข์ใช้ผ้าทรงสีม่วง ทรงสะพักแพรสีนวล หรือผ้าทรงสีเขียว ทรงแพรสีม่วงอ่อน ม่วงแก่ตามที่ชอบ"
9 August - 30 September 2012 Queen Sirikit Museum of Textiles
เครดิต: เรื่องราว

คณะทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง)

เครดิต: สื่อทั้งหมด
เรื่องราวที่นำเสนอบางเรื่องเขียนขึ้นโดยบุคคลหรือหน่วยงานอิสระภายนอก ซึ่งอาจแสดงมุมมองที่แตกต่างไปจากพิพิธภัณฑ์ที่อนุเคราะห์รูปภาพตามรายชื่อด้านล่าง
แปลภาษาด้วย Google
หน้าแรก
สำรวจ
ใกล้เคียง
โปรไฟล์