นิทรรศการ ของขวัญแห่งมิตรภาพ: 200 ปีแห่งมิตรภาพระหว่างสหรัฐฯ กับไทย

เขียนโดย Glyn T. Davies เอกอัคราชทูตประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

นิทรรศการ ของขวัญแห่งมิตรภาพ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 200 ปีแห่งมิตรภาพระหว่างสหรัฐฯ และไทย ซึ่งมีมาถึง 10 ชั่วอายุคน
นิทรรศการนี้ยกย่องสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยืนยงระหว่างประชาชนชาวไทยและชาวอเมริกัน และแสดงถึงธรรมเนียมการให้ของขวัญที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังเป็นวิธีที่สหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับมิตรภาพนี้ด้วย
เมื่อครั้นกัปตันสตีเฟน วิลเลียมส์แล่นเรือกำปั่น “เปอร์เซีย” มาตามแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูร้อนอันแสนอบอ้าวในปี พ.ศ. 2361 เขาแทบไม่คาดคิดว่าการเดินทางเยือนครั้งนี้จะก่อให้เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายต่อมาในภายหลัง พ่อค้าจากรัฐแมสซาชูเซตส์คนนี้เป็นชาวอเมริกันคนแรกตามประวัติศาสตร์ที่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเสาะแสวงหาน้ำตาล เขาได้น้ำตาลกลับไปเต็มลำเรือพร้อมกับจดหมายของดิศ บุนนาค เจ้าพระยาพระคลังในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่มีไปยังประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร จดหมายฉบับดังกล่าวชักชวนให้สหรัฐฯ สานสัมพันธ์ทางการค้ากับสยามนับแต่นั้นต่อไปในอนาคต
จดหมายฉบับวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2361 เป็นสิ่งของที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาของขวัญพระราชทานจากพระมหากษัตริย์และจากประธานาธิบดี โบราณวัตถุ และเอกสารอันล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่นำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการระดับนานาชาติครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเฉลิมฉลองสัมพันธไมตรีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา เราจัดแสดงงานนิทรรศการนี้ในปี พ.ศ. 2561 ด้วยเพราะเป็นวาระครบรอบสองร้อยปีที่ทั้งสองประเทศติดต่อกันเป็นครั้งแรก
สิ่งของที่นำมาจัดแสดงเหล่านี้ล้วนถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าสนใจ ที่ประกอบไปด้วยตัวละครผู้ที่วิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความเพียรพยายามได้ผลักดันให้เกิดการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศที่มีระยะทางที่ห่างไกลกันและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก ตัวละครของเรื่องราวที่ว่านี้ประกอบไปด้วยพระมหากษัตริย์ ประธานาธิบดี พ่อค้าวาณิช เจ้าพระยา หรือไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ที่ล้วนแล้วแต่ทรงมีและมีความปรารถนาร่วมกันที่จะคุ้มครองเสรีภาพและอิสรภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของตน เปิดโลกทัศน์ใหม่นอกพรมแดน และเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนต่างชาติต่างภาษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงสื่อเจตนารมณ์นี้ได้ดีที่สุด เมื่อพระองค์ได้พระราชทานพระราชดำรัส ณ ที่ประชุมรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อ พ.ศ. 2503 ความตอนหนึ่งว่า “มิตรภาพของรัฐบาลหนึ่งที่มีต่ออีกรัฐบาลหนึ่งนั้นย่อมมีความสำคัญ แต่ว่ามิตรภาพของประชาชนชาติหนึ่งที่มีต่อประชาชนอีกชาติหนึ่งต่างหาก ที่เป็นหลักประกันอย่างแน่แท้สำหรับสันติภาพและความก้าวหน้า”
ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ใช้คำว่า “Great and Good Friend” ขึ้นต้นจดหมายที่เขียนกราบบังคมทูลพระกรุณาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2405 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ได้พระราชทาน “ของขวัญล้ำค่า…ที่เป็นเครื่องแสดงพระราชไมตรีและมิตรภาพของพระองค์ต่อประชาชนอเมริกัน” ประธานาธิบดีที่มีชื่อเสียงที่สุดของสหรัฐฯ ท่านนี้เลือกสรรถ้อยคำอย่างพิถีพิถัน และด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกใช้คำนี้เพื่อถ่ายทอดความปรารถนาของเราที่จะให้งานนิทรรศการนี้เป็นเครื่องแสดงถึงไมตรีจิตและมิตรภาพของชาวอเมริกันที่มอบให้แก่ประชาชนชาวไทย
นิทรรศการนี้ยกย่องเหตุการณ์และแนวคิดที่เชื่อมสัมพันธ์ของสองประเทศให้แน่นแฟ้น ซึ่งก็รวมทั้งค่านิยมและความสำเร็จร่วมกัน เมื่อเราได้เริ่มโครงการที่จะเฉลิมฉลอง 200 ปีแห่งมิตรภาพระหว่างสหรัฐฯ และไทย โดยการยืมของขวัญพระราชทานเพียงไม่กี่ชิ้นกลับมาจัดแสดงที่เมืองไทย เราไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดแผนการและความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิตรภาพที่แท้จริง ในระหว่างที่ดำเนินโครงการ นิทรรศการ ของขวัญแห่งมิตรภาพ เป็นการร่วมมือกันเป็นครั้งแรกระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ สถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องและสถาบันที่ให้ยืมสิ่งของต่างๆ อันได้แก่ สำนักพระราชวัง กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย Meridian International Center บริษัท อินเตอร์เนชันแนลคัลเจอรัลโปรโมชัน จำกัด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สถาบันพระปกเกล้า สถาบันสมิธโซเนียน หอสมุดรัฐสภาสหรัฐอเมริกา องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนของหอสมุดประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาทั้ง 10 แห่ง ตลอดจนผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน นอกจากนี้ เราขอขอบพระคุณพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง ที่เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงานนิทรรศการครั้งนี้ สถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้สนับสนุนของเราได้ช่วยถ่ายทอดจุดเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และเหตุผลว่าทำไมมิตรภาพนี้จึงเจริญงอกงามได้ เราหวังว่าการจัดแสดงสิ่งของอันงดงามและสื่อถึงความเคารพที่พระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานแก่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาทูลเกล้าถวายฯ แด่พระมหากษัตริย์ไทย ให้คนไทยและคนอเมริกันรุ่นใหม่ได้เห็น จะไม่เพียงแต่เป็นการบอกเล่าประวัติศาสตร์แห่งมิตรภาพอันรุ่มรวยเท่านั้น แต่ยังทำให้มิตรภาพนี้แนบแน่นดุจเดิมไปอีก 10 ชั่วอายุคนด้วย
ผมหวังว่าในอีก 10 ชั่วอายุคน นักประวัติศาสตร์จะชื่นชมความสำเร็จของเราในยุคนี้ ซึ่งก็รวมถึงการจัดนิทรรศการนี้ด้วย ผมเชื่อมั่นว่า นักประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า มิตรภาพระหว่างไทยกับสหรัฐฯ งอกงามต่อไปอีก 2 ศตวรรษ

เครดิต: สื่อทั้งหมด
แชร์เรื่องราวนี้กับเพื่อน
แปลภาษาด้วย Google
หน้าแรก
สำรวจ
ใกล้เคียง
โปรไฟล์